ยุโรปกำลังเดินหน้าสร้างความเป็นอิสระทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง หลังรัฐสภายุโรปประกาศเตรียมเปลี่ยนจากการใช้ Google Search ไปสู่การใช้ Qwant เสิร์ชเอนจินสัญชาติฝรั่งเศส การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องมือค้นหาข้อมูล แต่สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวของสหภาพยุโรปที่ต้องการลดการพึ่งพาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ และสนับสนุนผู้ให้บริการภายในภูมิภาคของตนเองมากขึ้น
Qwant จากฝรั่งเศส กลายเป็นหมากตัวสำคัญ
Qwant เป็นเสิร์ชเอนจินที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนสำคัญของความพยายามสร้างระบบดิจิทัลที่พัฒนาโดยยุโรปเอง การที่รัฐสภายุโรปเลือกใช้ Qwant จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันแนวคิด “Tech Sovereignty” หรืออธิปไตยทางเทคโนโลยี ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในหลายประเทศทั่วโลก
ออกกฎหมายใหม่ ดันคลาวด์ AI และชิปยุโรป
ในวันเดียวกัน คณะกรรมาธิการยุโรปยังได้เสนอร่างกฎหมายชุดใหม่เพื่อเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภายในภูมิภาค ทั้งด้านคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดชิปของยุโรปในตลาดโลกให้แตะระดับ 20% ภายในปี 2030 พร้อมสนับสนุนให้บริษัทต่าง ๆ ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้น
กังวลข้อมูลไหลออกนอกยุโรป
แรงผลักดันสำคัญของนโยบายนี้มาจากความกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล โดยเฉพาะกฎหมาย Cloud Act ของสหรัฐฯ ที่เปิดทางให้หน่วยงานรัฐสามารถร้องขอข้อมูลจากบริษัทอเมริกันได้ แม้ว่าข้อมูลนั้นจะถูกเก็บไว้ในประเทศอื่นก็ตาม สหภาพยุโรปจึงต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ที่เข้มงวดขึ้นสำหรับผู้ให้บริการคลาวด์ในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ธนาคาร พลังงาน การเงิน และสาธารณสุข เพื่อให้ข้อมูลสำคัญยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของยุโรป
สิทธิประโยชน์ชุดใหญ่ ดึงดูดนักลงทุนเทคโนโลยี
นอกจากมาตรการด้านความปลอดภัยข้อมูลแล้ว ยุโรปยังเตรียมออกสิทธิประโยชน์เพื่อเร่งการลงทุนด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติศูนย์ข้อมูลแบบเร่งด่วน การจัดสรรไฟฟ้าก่อนลำดับอื่น รวมถึงการลดค่าบริการโครงข่ายให้กับศูนย์ข้อมูลที่เลือกใช้ชิปที่ผลิตในยุโรป
มาตรการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันทางเทคโนโลยีระดับโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งกันสร้างนวัตกรรม ไปสู่การแข่งขันด้านการควบคุมข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงทางดิจิทัล
tags euractiv