AI ที่ไม่ได้แค่ฟังคำพูด แต่พยายามเข้าใจ "อารมณ์" ของผู้ใช้
Meta กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการเทคโนโลยี หลังมีการเปิดเผยว่า บริษัทได้จดสิทธิบัตรระบบ AI ที่ออกแบบมาเพื่อรับฟังและวิเคราะห์เสียงของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยระบบสามารถถอดเสียงเป็นข้อความ พร้อมประเมินอารมณ์ผ่านลักษณะการพูดและเสียงต่าง ๆ
แม้ว่าจะเป็นเพียงการจดสิทธิบัตร แต่ก็สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานอย่างกว้างขวาง
ไม่ได้ฟังแค่คำพูด แต่รวมถึงเสียงหัวเราะและการถอนหายใจ
ข้อมูลจากสิทธิบัตรที่ถูกเผยแพร่ระบุว่า AI จะวิเคราะห์การสื่อสารด้วยเสียงในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด เสียงหัวเราะ เสียงถอนหายใจ น้ำเสียง ความเร็วในการพูด การหยุดเว้นจังหวะ รวมถึงรูปแบบการหายใจ
ระบบยังสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกับบริบทแวดล้อม เช่น เวลา สถานที่ กิจกรรมที่กำลังทำ หรือข้อมูลอื่น ๆ เพื่อสร้างบันทึกเกี่ยวกับสภาวะอารมณ์ของผู้ใช้งาน
ประเด็นที่ถูกจับตา คือการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ
หนึ่งในรายละเอียดที่สร้างความกังวลคือ ความสามารถของระบบในการเชื่อมโยงอารมณ์กับข้อมูลบางประเภท เช่น ช่วงเวลาการรับประทานยา ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพที่มีความละเอียดอ่อน
Meta ชี้แจงว่า เทคโนโลยีดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานด้านฟิตเนส โดย AI จะช่วยประเมินอารมณ์และให้คำแนะนำระหว่างการออกกำลังกาย เพื่อปรับการฝึกให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคน
ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกต ขอบเขตอาจกว้างกว่าที่อธิบาย
แม้ Meta จะอธิบายว่าเทคโนโลยีนี้มีเป้าหมายด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย แต่สื่อต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่า รายละเอียดในสิทธิบัตรระบุถึงการติดตามข้อมูลในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีขอบเขตกว้างกว่าการใช้งานเฉพาะช่วงออกกำลังกาย
อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Meta ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การจดสิทธิบัตรไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีนั้นจะถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือเปิดใช้งานจริงในอนาคตเสมอไป
tags : thenextweb