จาก AI ที่คอยตอบคำถาม สู่ AI ที่ต้องวางแผน ลงมือทำ และร่วมมือกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อพิชิตเป้าหมายเดียวกัน Google DeepMind ทดลองให้ Gemini 4 Argon จำนวน 4 ตัว เล่น Minecraft ในโหมด Survival โดยไม่มีมนุษย์เข้ามาช่วยเล่นระหว่างภารกิจ และท้ายที่สุดพวกมันก็สามารถเอาชนะ Ender Dragon บอสตัวสุดท้ายของเกมได้สำเร็จ
เบื้องหลังการทดลองนี้ไม่ใช่การให้ AI ควบคุมเกมผ่านเมาส์และคีย์บอร์ดแบบผู้เล่นทั่วไป แต่เป็นการใช้ Gemini 4 Argon เขียนโค้ด JavaScript เพื่อสั่งงานตัวละครผ่านเครื่องมือชื่อ Mineflayer ซึ่งช่วยให้โปรแกรมสามารถควบคุมตัวละครใน Minecraft ได้โดยตรง พร้อมใช้แชตภายในเกมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ
AI ทั้ง 4 ตัวสามารถแบ่งหน้าที่กันระหว่างทางได้เอง บางตัวออกหาอาหารและทรัพยากร บางตัวสร้างอุปกรณ์หรือสำรวจพื้นที่ ขณะที่อีกตัวช่วยสร้างที่หลบภัยและร่วมโจมตีบอส โดยไม่มีมนุษย์กำหนดบทบาทเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า
ภารกิจนี้ไม่ได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว เพราะ AI ต้องใช้เวลารวม 27 ชั่วโมง 14 นาที ในเกมโหมด Survival ระดับ Easy ระหว่างทางมีการเขียนและรันโปรแกรม 2,783 ชุด ส่งข้อความสื่อสารกัน 229 ครั้ง และตัวละครตายรวมกันถึง 605 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการทำงานร่วมกันของ AI ยังต้องอาศัยการลองผิดลองถูกจำนวนมากกว่าจะไปถึงเป้าหมาย
ระหว่างเล่น AI ยังสามารถแชร์พิกัด
แจ้งข้อมูลที่ค้นพบ แก้ไขโค้ดที่ทำงานผิดพลาด และช่วยเก็บไอเทมที่เพื่อนร่วมทีมทำตกหลังตัวละครตายได้ ความสามารถเหล่านี้มีความสำคัญต่อภารกิจที่ต้องทำต่อเนื่องหลายขั้นตอน เพราะ AI ไม่ได้เพียงทำงานของตัวเอง แต่ต้องอาศัยข้อมูลจากสมาชิกทีมเพื่อเดินหน้าต่อไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เตรียมไว้ โดยทีมวิจัยติดตามผลแต่ไม่ได้เข้ามาช่วยเล่น และ AI สามารถเข้าถึงข้อมูลเกมผ่านโค้ดได้มากกว่าผู้เล่นที่อาศัยการมองภาพบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว จึงไม่ควรตีความว่าผลการทดลองนี้พิสูจน์แล้วว่า AI เล่นเกมได้เก่งกว่ามนุษย์
tags : propakistani.pk