หัวข้อข่าว

เตือนภัยคนชอบใช้ AI จดบันทึกประชุมให้แบบเป๊ะๆ อาจทำข้อมูลความลับรั่วไหลโดยไม่รู้ตัว

AI notetakers

ลองนึกภาพว่าประชุมออนไลน์จบไปแค่ไม่กี่วินาที แล้วมีสรุปประเด็นสำคัญพร้อมลิสต์งานที่ต้องทำส่งมาให้ทันที ฟังดูสะดวกสุดๆ ใช่ไหม? นี่คือสิ่งที่ผู้ช่วย AI จดบันทึกการประชุม (AI notetaker) ทำได้ในปัจจุบัน แต่เบื้องหลังความสะดวกนี้กลับมีคนในหลายวงการเริ่มตั้งคำถามและระแวดระวังการใช้งานมันมากขึ้นเรื่อยๆ

AI จดการประชุม

ข้อมูลของเราไปอยู่ที่ไหน อยู่นานแค่ไหน?

เครื่องมือเหล่านี้ใช้ AI ระบบจดจำเสียง และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในการบันทึก ถอดความ และสรุปบทสนทนาโดยอัตโนมัติ แม้จะช่วยประหยัดเวลาได้จริง แต่คำถามใหญ่ที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกังวลคือ ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าข้อมูลที่เก็บไปนั้นถูกเก็บไว้ที่ไหน และนานแค่ไหน นักเคลื่อนไหวด้านความเป็นส่วนตัวยังกังวลว่าบริษัทเบื้องหลังเครื่องมือเหล่านี้อาจกำลังสร้าง “ลายเสียง” (voiceprint) ของผู้ใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งลายเสียงนี้เปรียบเสมือนลายนิ้วมือทางชีวมิติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถนำไปใช้เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ ไม่เว้นแม้แต่บัญชีธนาคาร แถมบางบริษัทยังนำข้อมูลจากเครื่องมือเหล่านี้ไปขายต่อ หรือใช้บทสนทนาการประชุมที่เป็นความลับไปฝึกโมเดล AI ของตัวเองอีกด้วย

ระวังไว้ก่อน...คุณอาจถูกอัดเสียงโดยไม่รู้ตัว

ที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ ผู้เข้าร่วมประชุมบางคนอาจแอบใช้อุปกรณ์จดบันทึกส่วนตัวที่แยกต่างหากจากแพลตฟอร์มประชุมหลัก ทำให้คนอื่นในห้องประชุมไม่รู้เลยว่ากำลังถูกบันทึกและถอดความอยู่ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าวิธีที่สุภาพที่สุดคือการขอความยินยอมจากทุกคนก่อนเริ่มประชุมที่มีเนื้อหาละเอียดอ่อน หรือประกาศตั้งแต่ต้นว่า “นโยบายบริษัทไม่อนุญาตให้บันทึกการประชุมนี้” เพื่อไม่ให้พนักงานคนใดคนหนึ่งต้องรับบทเป็นผู้ร้ายที่ปฏิเสธการอัดเสียงเอง บางคนก็เลือกใช้ทางสายกลาง คือเปิดให้ AI จดบันทึกในช่วงต้น แล้วปิดก่อนเข้าสู่หัวข้อที่ละเอียดอ่อนกว่า

ลายเสียง: ข้อมูลชีวมิติที่อันตรายกว่าที่คิด

เตือนภัยคนชอบใช้ AI

ทนายความจากบริษัทกฎหมาย Dillon Law Group ในรัฐมิชิแกน อธิบายว่า AI notetaker ส่วนใหญ่จะสร้างลายเสียงเฉพาะของผู้พูดแต่ละคนในห้อง เพื่อใช้แยกแยะว่าใครพูดอะไร โดยติดป้ายเป็น “ผู้พูดคนที่ 1” หรือ “ผู้พูดคนที่ 2” ปัญหาคือลายเสียงแบบนี้ถูกนำไปใช้ยืนยันตัวตนเจ้าของบัญชีธนาคารทางโทรศัพท์ด้วย หากมิจฉาชีพเข้าถึงลายเสียงของใครสักคนได้ ก็อาจนำไปใช้ปลอมตัว ก่อเหตุฉ้อโกง หรือเข้าควบคุมบัญชีได้เลย

กฎหมายบางรัฐเริ่มขยับตาม แต่ส่วนใหญ่ยังตามไม่ทัน

ในรัฐอิลลินอยส์ ลายเสียงถูกจัดให้เป็นข้อมูลชีวมิติเทียบเท่าลายนิ้วมือ และอยู่ภายใต้กฎหมาย Biometric Information Privacy Act ที่กำหนดให้ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและขอความยินยอมก่อนเก็บลายเสียง พร้อมต้องมีนโยบายชัดเจนว่าจะเก็บข้อมูลไว้นานแค่ไหนและทำลายเมื่อใด แต่ในความเป็นจริง บริษัทส่วนใหญ่ที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้กลับยังไม่มีระบบดังกล่าวรองรับเลย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเตือนว่าโลกของ AI ข้อมูล และการระบุตัวตนทางชีวมิติ ไม่ควรถูกปล่อยปละละเลยแบบนี้ และการวางระบบป้องกันไว้ก่อนคือเรื่องสำคัญที่สุด

tags : Japan Today

Facebook