ของเล่นยอดฮิตที่หลายคนมองข้ามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สกุชชี่ส่วนใหญ่ผลิตจาก โพลียูรีเทนโฟม (Polyurethane Foam หรือ PU Foam) ซึ่งเป็นพลาสติกสังเคราะห์ที่เกิดจากการผสมสารเคมีหลัก ได้แก่ โพลีออล (Polyol) และ ไดไอโซไซยาเนต (Diisocyanate)
เมื่อเกิดปฏิกิริยาทางเคมี จะสร้างโครงสร้างคล้ายฟองน้ำที่มีอากาศแทรกอยู่ภายในจำนวนมาก จึงสามารถยุบตัวเมื่อถูกบีบ และค่อย ๆ คืนรูปกลับมาได้ นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังเติมสีและน้ำหอมเพื่อเพิ่มความน่ารักและความน่าใช้งาน
พลาสติกชนิดเดียวกับอุตสาหกรรมใหญ่ ย่อยสลายยากมาก
โพลียูรีเทนเป็นวัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้ผลิตเบาะรถยนต์ ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ และฉนวนกันความร้อน เพราะมีความแข็งแรงและทนทานสูง
อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติที่ทนทานนี้กลับกลายเป็นปัญหาหลังใช้งาน เนื่องจากพันธะทางเคมีของวัสดุแน่นหนามาก ทำให้จุลินทรีย์ในธรรมชาติย่อยสลายได้ยาก โดยทั่วไปอาจใช้เวลานาน 400–500 ปี หากอยู่ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ
ในหลุมฝังกลบ...อาจอยู่ได้นานถึง 1,500 ปี
เมื่อสกุชชี่ถูกทิ้งลงหลุมฝังกลบ กระบวนการย่อยสลายจะยิ่งช้าลง เพราะหลุมฝังกลบสมัยใหม่ถูกออกแบบให้มีออกซิเจนและแสงแดดน้อย เพื่อลดการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม
ภายใต้สภาวะดังกล่าว พลาสติกประเภทโพลียูรีเทนจึงเสื่อมสภาพได้ช้ามาก โดยข้อมูลอ้างอิงจาก สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) และงานวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ ระบุว่า อายุของวัสดุกลุ่มนี้ในหลุมฝังกลบอาจยาวนานได้ถึง 1,000–1,500 ปี ในเชิงทฤษฎี
สกุชชี่ยังคงเป็นของเล่นที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้คนจำนวนมาก แต่การรู้จักวัสดุที่ใช้ผลิตและผลกระทบหลังหมดอายุการใช้งาน ก็เป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เราเลือกใช้อย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
tags : Plastics Facts