ย้อนรอย 13 ปี Amazon Prime Air สู่บริการ โดรนส่งของ 500 เมืองทั่วสหรัฐฯ ส่งไวใน 30 นาที บทพิสูจน์ครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการโลจิสติก
Amazon เตรียมเร่งขยายบริการส่งสินค้าด้วยโดรน Prime Air ให้ครอบคลุมพื้นที่มากถึง 500 แห่งทั่วสหรัฐฯ ภายในสิ้นปี 2026 โดยตั้งเป้าให้ลูกค้าได้รับสินค้าภายในเวลาเพียง 30 นาที
พื้นที่และเสปคโดรน Amazon Prime Air
- ครอบคลุมรัศมีประมาณ 7.5 ไมล์ (ราว 12 กิโลเมตร) จากศูนย์ปฏิบัติการ
- สินค้าต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 5 ปอนด์ (ราว 2.2 กิโลกรัม) และขนาดบรรจุไม่เกินกล่องรองเท้าขนาดใหญ่
- พื้นที่ให้บริการ เริ่มต้นในย่านสำคัญอย่าง Chicago, Syracuse, Cleveland, Atlanta และ Boise ก่อนทยอยขยายเมืองอื่นๆ
- ตั้งเป้าส่งมอบพัสดุให้ครบ 1 ล้านครั้งในปีนี้ พร้อมซุ่มทดสอบระบบขนส่งสินค้าแตกหักง่าย เช่น แผงไข่ไก่ และอาหารสด
แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ เรื่องนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ซึ่งเรื่องนี้ ต้องย้อนรอยไป 13 ปีก่อนของ Prime Air ที่เกิดมหากาพย์ความล่าช้าและการชนซ้ำซ้อน
หากย้อนกลับไปวันที่ 1 ธันวาคม 2013 Jeff Bezos เคยเปิดตัวโปรเจกต์นี้และคาดการณ์ว่าจะใช้งานจริงได้ภายใน 4–5 ปี แต่เส้นทางจริงกลับสะดุดตลอดทาง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
- ติดกำแพงกฎหมาย เพราะกว่าหน่วยงานการบินสหรัฐฯ จะอนุมัติใบรับรอง Part 135 ให้บินนอกระยะสายตาได้ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงปี 2020
- สะดุดยอดส่งจริง โดยแม้จะเริ่มบินส่งปลายปี 2022 แต่สถิติช่วงกลางปี 2023 กลับทำได้เพียง 100 เที่ยวส่ง จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 10,000 เที่ยว จนต้องสั่งปิดศูนย์ทดสอบเดิมในแคลิฟอร์เนีย
- อุบัติเหตุรุ่น MK30 โดยแม้จะเปลี่ยนมาใช้โดรนรุ่นใหม่อย่าง MK30 แต่ก็ยังเจอสารพัดปัญหา ทั้งเซนเซอร์วัดระดับความสูงขัดข้องจนตกในโอเรกอน, เหตุการณ์ชนเครนก่อสร้างจนไฟไหม้ในแอริโซนา, บินตัดสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตขาดในเท็กซัส ไปจนถึงเหตุโดรนตกในสวนบ้านเรือนที่อังกฤษ ทำให้ถูก FAA เข้าสอบสวนอย่างต่อเนื่อง
การประกาศขยายบริการสู่ 500 เมืองในรอบนี้ จึงเป็นบททดสอบสำคัญของ Amazon ในการพิสูจน์ว่าระบบโดรน MK30 ปลอดภัยพอสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ในระดับ Mass และเปลี่ยนโฉมระบบโลจิสติกส์ได้จริง ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ทดลองเหมือนสิบกว่าปีที่ผ่านมา
หากแผนดังกล่าวประสบความสำเร็จ Prime Air อาจกลายเป็นหนึ่งในระบบจัดส่งสินค้าด้วยโดรนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และช่วยให้ Amazon สามารถส่งสินค้าขนาดเล็กถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วกว่าการใช้รถส่งของแบบเดิมอย่างมาก
tags :http://techspot