ลองจินตนาการถึงเมืองที่อุณหภูมิช่วงหน้าร้อนพุ่งแตะ 50 องศาเซลเซียส แต่กำลังถูกเปลี่ยนให้เต็มไปด้วยต้นไม้ สวนสาธารณะ และพื้นที่สีเขียว นี่คือเป้าหมายของโครงการ “Green Riyadh” หรือ “ริยาดสีเขียว” หนึ่งในโครงการพัฒนาเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งตั้งเป้าปลูกต้นไม้กว่า 7.5 ล้านต้นภายในปี 2030 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเมืองและรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด
ปลูกต้นไม้ทั่วเมือง ครอบคลุมถนน โรงเรียน และสวนสาธารณะ
โครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สวนสาธารณะเท่านั้น แต่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 545 ตารางกิโลเมตร ทั้งถนนสายหลัก โรงเรียน มัสยิด สถานพยาบาล และย่านที่พักอาศัย โดยเลือกใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่ทนแล้งและใช้น้ำน้อย เช่น ต้นอะคาเซีย ต้นซิดร์ และต้นกาฟ เพื่อให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของซาอุดีอาระเบีย
ใช้น้ำรีไซเคิลดูแลต้นไม้ ลดภาระทรัพยากรธรรมชาติ
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการปลูกต้นไม้จำนวนมหาศาลในพื้นที่แห้งแล้งคือเรื่องน้ำ ทางโครงการจึงพัฒนาระบบชลประทานขนาดใหญ่ยาวกว่า 1,350 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มการใช้น้ำบำบัดกลับมาใช้ใหม่สำหรับรดต้นไม้แทนการใช้น้ำใต้ดิน ช่วยให้การขยายพื้นที่สีเขียวเป็นไปอย่างยั่งยืนมากขึ้น
ลดอุณหภูมิเมือง เพิ่มคุณภาพอากาศ
นักวางผังเมืองคาดว่าต้นไม้จำนวนมหาศาลเหล่านี้จะช่วยลดอุณหภูมิเฉลี่ยของเมืองลงได้ประมาณ 1.5–2 องศาเซลเซียส ขณะที่บางพื้นที่ซึ่งมีการปลูกต้นไม้หนาแน่น อุณหภูมิพื้นผิวอาจลดลงได้ถึง 8–15 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังช่วยลดฝุ่นละออง เพิ่มความชื้นในอากาศ และลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย
เมืองแห่งอนาคตที่คนอยากใช้ชีวิต
นอกจากต้นไม้แล้ว Green-Riyadh ยังมาพร้อมสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ทางเดินออกกำลังกาย เส้นทางจักรยาน และพื้นที่สันทนาการสำหรับชุมชน โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียวต่อประชากรจาก 1.7 ตารางเมตร เป็น 28 ตารางเมตรต่อคน ถือเป็นการพลิกโฉมเมืองทะเลทรายให้กลายเป็นมหานครสีเขียวแห่งอนาคตอย่างแท้จริง
tags happyeconews