เกาหลีใต้เดินหน้ายกระดับกองทัพเรือครั้งสำคัญ หลังรัฐบาลประกาศโครงการ “Jang Bogo N” เพื่อพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ หวังเพิ่มศักยภาพด้านความมั่นคงท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในเอเชียตะวันออก
โครงการนี้จะทำให้เกาหลีใต้ก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศไม่กี่ชาติของโลกที่มีเรือดำน้ำนิวเคลียร์ประจำการ ร่วมกับมหาอำนาจทางทหารอย่าง United States, China, Russia และ United Kingdom
เปลี่ยนจาก “กองเรือชายฝั่ง” สู่ Blue-water Navy
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนกองทัพเรือจากกองกำลังป้องกันชายฝั่ง ไปสู่ “Blue-water Navy” หรือกองเรือที่สามารถปฏิบัติภารกิจระยะไกลในมหาสมุทรได้ต่อเนื่อง
ปัจจุบันเกาหลีใต้มีเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้ากว่า 24 ลำ แต่ข้อจำกัดของระบบเดิมคือจำเป็นต้องลอยขึ้นมาชาร์จแบตเตอรี่ ทำให้เสี่ยงต่อการถูกตรวจจับ ขณะที่เรือดำน้ำนิวเคลียร์สามารถดำใต้น้ำได้นานหลายเดือน เดินทางได้ไกลกว่า และตอบสนองภารกิจทางยุทธศาสตร์ได้รวดเร็วขึ้น
จับตาภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือและจีน
หนึ่งในแรงผลักดันสำคัญของโครงการนี้ คือสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคที่ร้อนแรงขึ้น ทั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของ North Korea และการขยายกองเรือของจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
รายงานยังระบุว่าเกาหลีเหนืออาจกำลังพัฒนาเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของตนเองเช่นกัน ทำให้เกาหลีใต้ต้องเร่งเสริมขีดความสามารถด้านการป้องปรามและการตอบโต้ทางยุทธศาสตร์
สหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดนิวเคลียร์
ที่ผ่านมา โครงการลักษณะนี้เคยติดข้อจำกัดจาก United States เนื่องจากกังวลเรื่องการแพร่กระจายเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แต่ล่าสุดมีรายงานว่าอดีตประธานาธิบดี Donald Trump ได้อนุมัติแนวทางดังกล่าวแล้ว
เกาหลีใต้เตรียมพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กภายในประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ จะสนับสนุนด้านเชื้อเพลิงยูเรเนียม ถือเป็นสัญญาณสำคัญของความร่วมมือด้านความมั่นคงที่เข้มข้นขึ้นระหว่างสองประเทศ
tags meta-defense