มองไปทางไหนตอนนี้ก็เริ่มเห็นวัยรุ่นสะพายสายหูฟังรุงรังกันเต็มเมือง! ทั้งที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคไร้สายแบบเต็มตัว แต่ทำไมหูฟังแบบมีสาย (Wired Headphones) ถึงกลับมาเป็นไอเทมสุดฮอตที่เหล่าไอดอล K-Pop และเซเลบฮอลลีวูดอย่าง เจนนี่ BLACKPINK หรือ เบลล่า ฮาดิด ต้องมีติดตัว?
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการผสมผสานระหว่างแฟชั่น ฟังก์ชัน และการประกาศจุดยืนในโลกดิจิทัลที่น่าสนใจ
แฟชั่น Nostalgic ความชิกแบบไม่ต้องพยายาม
สาเหตุแรกที่ชัดเจนที่สุดคือเทรนด์ ‘Aesthetic’ แบบเรโทรที่กำลังมาแรง การใส่หูฟังมีสายช่วยเสริมลุคให้ดูเป็นคนเท่ที่เลือกใช้ชีวิตเรียบง่าย (Effortless) กลิ่นอายยุค 90 ที่แบรนด์ไอทีรุ่นใหม่อย่าง Nothing หรือพาวเวอร์แบงก์ทรงเพจเจอร์หยิบมาเล่น กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูด Gen Z ให้หลงรักความคลาสสิกนี้ จนเกิดบัญชี IG อย่าง @wireditgirls ที่รวบรวมภาพคนชิกๆ กับสายหูฟังไว้อวดความเก๋กันทั่วโลก
ฟังก์ชันที่คุ้มค่า ลาก่อนปัญหา ‘แบตหมด’ และ ‘หูหาย’
ในมุมของการใช้งานจริง หูฟังมีสายชนะขาดในเรื่องความเสถียร
ไมโครโฟนเทพ: หลายคนยอมรับว่าไมค์ของหูฟังมีสาย (โดยเฉพาะ EarPods) ชัดเจนกว่าหูฟังไร้สายราคาแพงเสียอีก
ไม่ต้องชาร์จแบต: จบปัญหา Battery Low กลางวงประชุม หรืออารมณ์ค้างตอนฟังเพลงโปรด
ไม่หายง่าย: ไม่ต้องกังวลว่าหูฟังจะร่วงหายไปทีละข้างจนต้องซื้อใหม่ (แม้จะต้องแลกกับการนั่งแกะสายที่พันกันบ้าง แต่มันก็คือเสน่ห์อย่างหนึ่ง!)
สัญลักษณ์ ‘Do Not Disturb’ ขีดเส้นแบ่งโลกส่วนตัว
แดเนียล ร็อดเจอร์ส บรรณาธิการจาก British Vogue ให้มุมมองที่ลึกซึ้งว่า สายหูฟังคือการส่งสัญญาณ “ห้ามรบกวน” ที่ชัดเจนที่สุด เพราะคนรอบข้างจะเห็นทันทีว่าเรากำลังอยู่ในโลกส่วนตัว ซึ่งหูฟังไร้สายขนาดจิ๋วอาจทำหน้าที่นี้ได้ไม่ชัดเท่า
นี่คือการปฏิเสธโลกดิจิทัลที่หมุนไวเกินไปด้วยวิธีแบบแอนะล็อก เป็นการขีดเส้นแบ่งระหว่างตัวเรากับความวุ่นวายรอบข้างอย่างมีชั้นเชิง
tags : The Guardian