Evan Budz เยาวชนจากรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา พัฒนา BURT (Bionic Underwater Robotic Turtle) หุ่นยนต์ใต้น้ำที่เลียนแบบการว่ายของเต่าทะเล เพื่อสำรวจระบบนิเวศใต้ทะเลโดยไม่รบกวนธรรมชาติ
จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นหลังจาก
เขาเห็นเต่าสแนปปิ้งว่ายน้ำอย่างนุ่มนวลระหว่างไปแคมป์ปิ้ง จึงตั้งคำถามว่า “ทำไมโดรนใต้น้ำถึงต้องเสียงดังและรบกวนสัตว์ทะเล?” ก่อนเริ่มศึกษาเรื่องการเคลื่อนไหวของเต่าอย่างจริงจัง และออกแบบหุ่นยนต์ที่ใช้ครีบแทนใบพัดแบบเดิม
หุ่นยนต์เต่าที่ไม่ได้มีดีแค่ว่ายน้ำ
ภายในกระดองของ Bionic Underwater Robotic Turtle อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีหลายอย่าง ทั้งระบบ AI ที่ทำงานผ่าน Raspberry Pi กล้องหน้า GPS เซนเซอร์วัดความลึก รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จ และยังมีแผงโซลาร์เซลล์ช่วยยืดเวลาการทำงานอีกด้วย
สิ่งที่ทำให้ “หุ่นยนต์เต่าทะเล AI” น่าสนใจมากขึ้น คือความสามารถในการตรวจจับ “ปะการังฟอกขาว” ได้แม่นยำถึง 96% จากการทดสอบในสภาพแวดล้อมจำลอง นอกจากนี้เวอร์ชันล่าสุดยังเพิ่มระบบวิเคราะห์ไมโครพลาสติกด้วย Neural Network และเทคโนโลยีสร้างภาพโฮโลกราฟิก เพื่อแยกเศษขยะออกจากอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กในน้ำได้อีกขั้น
คว้ารางวัลระดับโลก พร้อมเป้าหมายสร้างกองทัพเต่าหุ่นยนต์
ด้วยแนวคิดที่ผสาน AI เข้ากับการอนุรักษ์ธรรมชาติ BURT สามารถคว้ารางวัลจากเวที European Union Contest for Young Scientists 2025 และ Canada-Wide Science Fair ได้สำเร็จ
Evan Budz ยังตั้งเป้าพัฒนาหุ่นยนต์เต่าเหล่านี้ให้ทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายสำรวจแนวปะการังและแหล่งน้ำทั่วโลก เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกและช่วยปกป้องระบบนิเวศก่อนจะสายเกินไป
เทคโนโลยีที่เรียนรู้จากธรรมชาติ อาจเป็นอนาคตของโลก
โปรเจกต์นี้สะท้อนแนวคิด “Biomimicry” หรือการออกแบบเทคโนโลยีโดยเลียนแบบธรรมชาติ ซึ่งกำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญของนวัตกรรมยุคใหม่ ที่น่าสนใจคือ “หุ่นยนต์เต่าทะเล AI” ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Open-source และ 3D Printing ที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้เห็นว่าแม้จะเป็นนักเรียนมัธยม ก็สามารถสร้างเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อโลกได้จริง
บางที…อนาคตของการอนุรักษ์ทะเล อาจเริ่มต้นจาก “หุ่นยนต์เต่าตัวเล็ก” ตัวนี้ก็ได้
tags popsci